มีนาคม 19, 2026

CU สุด ๆ ฉบับจุฬาฯ 5 Gen เมื่อจุฬาฯ ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัย แต่คือบ้านที่ทุกคนพร้อมกลับมาเสมอ

ในงานแถลงข่าว “One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ” เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีช่วงหนึ่งที่พิเศษกว่าการแถลงข่าวทั่วไป นั่นคือช่วง CU All Gen Talk ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ได้เชิญตัวแทนชาวจุฬาฯ 5 คน จาก 5 วัย ตั้งแต่รุ่น CU2505 ไปจนถึง CU2568 มานั่งคุยกันบนเวทีเดียว

ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าสะท้อนให้เห็นว่าประชาคมจุฬาฯ นั้นใหญ่และหลากหลายเพียงใด แม้จะเรียนจบออกมาแล้วกระจายตัวกันออกไปทำงานรับใช้สังคมกันคนละถิ่นที่ บางคนอยู่ในวงการบันเทิง บางคนอยู่ในแวดวงธุรกิจ บางคนอยู่ในวงการกีฬา บางคนอยู่ในแวดวงการศึกษา และบางคนยังเพิ่งเริ่มต้นชีวิตนิสิต แต่วันนั้นพวกเขามานั่งอยู่ด้วยกัน พูดถึงสิ่งเดียวกัน และกำลังจะกลับมาหลอมรวมกันอีกครั้งในงาน “One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ” วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ณ สนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เราถามทั้ง 5 คนว่า “CU สุด ๆ” ในแบบของคุณคืออะไร”

คำตอบที่ได้กลับมาไม่เหมือนกันเลยสักคน แต่ทุกคำตอบกลับพูดถึงสิ่งเดียวกัน

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน | รัฐศาสตร์ CU2505

“เราได้กลับมาใช้เวลาร่วมกัน”

ถ้าจะนิยาม CU สุด ๆ ในแบบของคุณหญิงผะอบทิพย์ คำตอบไม่ใช่รางวัล ไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือความรู้สึกที่ว่า “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปี เราก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นคนจุฬาฯ อยู่เสมอ”

นิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์รุ่น CU2505 เล่าว่าทุกครั้งที่ได้กลับมาที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ มีความรู้สึกบางอย่างที่กลับมาเหมือนเดิมทันที “เหมือนเรายังเป็นนิสิตอยู่ เหมือนเรายังอยู่ในครอบครัวเดียวกัน” และหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนั้นมากที่สุดคือ Jazz Dance ของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ที่เปิดให้สมาชิกได้กลับมาลงเรียนด้วยกันอีกครั้ง

“ตอนแรกที่เริ่มเรียนก็มีหลายคนแซวว่า รุ่นนี้แล้วยังจะมาเต้นกันอีกหรือ แต่พอได้มาเรียนจริง ๆ มันสนุกมากค่ะ พวกเราหลายคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นใกล้ ๆ กัน บางคนไม่ได้เจอกันมานานหลายปี พอมาเจอกันในคลาสเต้น ทุกคนก็เหมือนได้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง บางวันเราก็เต้นผิดบ้าง ถูกบ้าง หัวเราะกันทั้งห้อง แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครเต้นเก่งหรือไม่เก่ง สิ่งสำคัญคือเราได้กลับมาใช้เวลาร่วมกัน”

และในงานคืนเหย้าปีนี้ คุณหญิงผะอบทิพย์จะขึ้นเวทีร้องเพลง Dancing Queen ร่วมกับเพื่อน ๆ รุ่นใหญ่ที่ขอมาเต้นด้วยกัน “พวกเรารุ่นนี้จะเป็น Dancing Queen ในแบบของเราได้ค่ะ”

ดร.วุฒิพงศ์ กิตติธเนศวร | วิศวกรรมศาสตร์ CU2527

“อาหารจะอร่อยที่สุดก็ต่อเมื่อเราได้กินมันกับเพื่อน ๆ ของเรา”

สำหรับนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ รุ่น CU2527 และประธานฝ่ายอาหารของงานคืนเหย้าปีนี้ คำว่า CU สุด ๆ มีคำตอบสั้น ๆ ว่า “ความเป็นพี่น้อง”

“ไม่ว่าพวกเราจะเรียนจบจากจุฬาฯ ไปกี่ปี อยู่คนละคณะ อยู่คนละอาชีพ แต่พอมีโอกาสกลับมาเจอกัน เราก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นคนบ้านเดียวกัน เวลามีงานของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ทีไร สิ่งที่รู้สึกทุกครั้งก็คือ เราไม่ได้มาแค่เจอกันเพื่อสังสรรค์ แต่เรามาช่วยกันทำงาน ช่วยกันสร้างอะไรบางอย่างให้กับจุฬาฯ และให้น้อง ๆ รุ่นต่อไป”

ในฐานะประธานฝ่ายอาหาร เขาตั้งโจทย์กับตัวเองไว้ชัดเจนว่าอาหารในงานคืนเหย้าปีนี้ต้องทำให้ “เกินจินตนาการ” รวบรวมกว่า 50 เมนูทั้งอาหารระดับพรีเมียมอย่างหูฉลาม เป๋าฮื้อ กุ้งเผา ไปจนถึงเมนูความทรงจำของชีวิตนิสิตอย่างข้าวหมูแดง หมูกรอบ ข้าวมันไก่ และหอยทอด “ถ้าท่านเดินรอบสนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล ท่านจะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเทศกาลอาหารขนาดใหญ่ของชาวจุฬาฯ เลยทีเดียว”

แต่สิ่งที่เขาเน้นย้ำมากกว่าตัวเมนูคือบรรยากาศ “อาหารจะอร่อยที่สุดก็ต่อเมื่อเราได้กินมันกับเพื่อน ๆ ของเรา และงานคืนเหย้านี่แหละครับ คือโอกาสที่ดีที่สุดที่พี่น้องชาวจุฬาฯ จากหลายรุ่นจะได้กลับมานั่งกินข้าว นั่งคุยกัน หัวเราะกัน และเล่าเรื่องชีวิตของกันและกัน แค่ดูรายชื่ออาหาร ก็คุ้มแล้วครับ”

โปรทิพย์ สีอัมพรโรจน์ | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี CU2546

“เราคือ Connector ที่เชื่อมเครือข่ายจุฬาฯ ให้ทำงานด้วยกันได้จริง”

รุ่น CU2546 อยู่ตรงกลางระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องพอดี และนั่นทำให้โปรทิพย์ สีอัมพรโรจน์ นิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มองเห็นภาพของจุฬาฯ ในแบบที่ไม่เหมือนใคร

“CU สุด ๆ สำหรับทิพย์คือพลังของเครือข่าย เพราะสิ่งที่พิเศษมากของจุฬาฯ คือไม่ว่าเราจะเรียนจบไปกี่ปี เราก็ยังมีโอกาสกลับมาทำอะไรด้วยกันได้เสมอ”

การได้เข้ามาช่วยทีมจัดงานคืนเหย้าปีนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนั้น “เราได้เห็นพี่ ๆ หลายรุ่นมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ บางคนช่วยเรื่องเวที บางคนช่วยเรื่องอาหาร บางคนช่วยเรื่องร้านค้า บางคนช่วยเรื่องศิลปิน และที่สำคัญคือทุกคนทำด้วยความรักในจุฬาฯ”

เธอเล่าถึงบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่ทำให้รู้สึกภูมิใจที่สุดว่า “บางคนอาจจะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แต่พอได้มาทำงานด้วยกัน ทุกคนก็เหมือนกลับไปเป็นนิสิตอีกครั้ง เราคุยกันแบบพี่แบบน้อง ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหา แล้วก็หัวเราะกันตลอด นี่แหละค่ะที่ทำให้รู้สึกว่า CU สุด ๆ จริง ๆ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่เครือข่ายในนามเท่านั้น แต่เป็นเครือข่ายที่ยังทำงานและสร้างสิ่งใหม่ ๆ ด้วยกันได้จริง”

ปาร์ค ภาณุภัทร อโนมกิติ | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี CU2554

“จุฬาฯ ไม่ได้ให้แค่ความรู้ แต่ยังให้โอกาสในชีวิตอีกหลายอย่าง”

นักแสดงและเจ้าของแบรนด์แฟชั่น Emile la boutique รุ่น CU2554 ให้คำนิยาม CU สุด ๆ ไว้ด้วยคำเดียวว่า “โอกาส”

“จุฬาฯ ไม่ได้ให้แค่ความรู้ตอนที่เราเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่ยังให้โอกาสในชีวิตอีกหลายอย่างมาก หลายโอกาสในชีวิตก็เกิดขึ้นจากเครือข่ายของชาวจุฬาฯ นี่แหละครับ พี่ ๆ เพื่อน ๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่ช่วยแนะนำกัน สนับสนุนกัน และเปิดโอกาสให้กัน”

ในงานคืนเหย้าปีนี้ ปาร์คจะนำ Emile la boutique มาร่วมออกบูธใน Chula MarketPink ซึ่งเขามองว่าไม่ต่างจากการได้กลับบ้าน “ลูกค้าหลายคนที่มางานนี้ ก็อาจจะเป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นรุ่นน้องชาวจุฬาฯ เหมือนกัน แต่ละร้านไม่ได้มาแค่ขายของ แต่ตั้งใจมาสร้างบรรยากาศตลาดของคนจุฬาฯ”

และสำหรับเขา การได้กลับมามีส่วนร่วมในงานคืนเหย้าปีนี้มีความหมายมากกว่าแค่การออกร้าน “จุฬาฯ ให้โอกาสผมในชีวิตมามาก วันนี้ผมก็อยากกลับมาสนับสนุนกิจกรรมของมหาวิทยาลัย และกลับมาสร้างความสนุกให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวจุฬาฯ ด้วยกัน”

อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน | ศิลปกรรมศาสตร์ CU2568

“พวกหนูยังอยู่ตรงนี้ และยังรอพี่ ๆ กลับมาที่จุฬาฯ เสมอ”

จากรุ่นใหญ่สุดมาถึงน้องเล็กสุดบนเวที อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ รุ่น CU2568 ให้นิยาม CU สุด ๆ ว่าคือ “ความภูมิใจ”

“สำหรับหนู การได้เข้ามาเรียนที่จุฬาฯ เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ทุกอย่างยังใหม่มากสำหรับหนู แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ชัดมากตั้งแต่วันแรกก็คือ ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ใหญ่มาก เวลาได้ยินเรื่องราวของพี่ ๆ นิสิตเก่าหลายรุ่น ได้เห็นว่าพี่ ๆ กระจายตัวไปทำงานในหลายวงการ และยังกลับมาช่วยมหาวิทยาลัย กลับมาช่วยน้อง ๆ อยู่เสมอ มันทำให้หนูรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมนี้”

ปีนี้เป็นปีแรกที่อลิศได้มีส่วนร่วมกับงานคืนเหย้า และเธอจะขึ้นเวทีร้องเพลงต้อนรับพี่ ๆ นิสิตเก่าในฐานะตัวแทนของนิสิตรุ่นปัจจุบัน “หนูรู้สึกเหมือนกำลังได้เป็นตัวแทนของนิสิตรุ่นใหม่ มาบอกพี่ ๆ ทุกคนว่า พวกหนูยังอยู่ตรงนี้ และยังรอพี่ ๆ กลับมาที่จุฬาฯ เสมอ”

ทั้ง 5 เจเนอเรชัน ต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างถิ่นที่ แต่ทุกคำตอบสะท้อนสิ่งเดียวกัน นั่นคือ จุฬาฯ ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัย แต่คือบ้านที่ทุกคนพร้อมกลับมาเสมอ และในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 นี้ พวกเขาจะกลับมาหลอมรวมกันอีกครั้ง ในงาน “One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ” ณ สนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

You may have missed